"รับเหมา-อสังหาฯ" รับมาตรการกระตุ้นลงทุน หลังรัฐบาลเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ คาดปีหน้างานประมูล 7 แสนล้าน โดยครึ่งปีแรก มีการประมูล 3-4 แสนล้าน ด้าน"ซิโน-ไทย"หวังได้งาน 20-25% คาดประมูลโครงการขนาดใหญ่ ปีนี้มีเพียงรถไฟทางคู่ มูลค่า 6 หมื่นล้าน ภาคอสังหาฯ เรียกร้องรัฐเร่งออกมาตรการระยะสั้น "ลดค่าโอน-จดจำนอง" ขณะที่เมกะโปรเจค หนุนเติบโตระยะยาว
หลังจากรัฐบาลเร่งผลักดันมาตรการ "กระตุ้นเศรษฐกิจ" ในเฟสแรกและเฟสสอง ด้วยการช่วยเหลือสภาพคล่องทางการเงินแก่ผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี) ล่าสุดเร่งผลักดันการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ และเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการรัฐหรือพีพีพี ส่งผลให้ผู้ประกอบการในธุรกิจรับเหมารวมถึงนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ประเมินว่าจะได้รับอานิสงส์จากการผลักดันมาตรการดังกล่าว หลังไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่มาเป็นเวลานาน
ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมปรับกรอบการลงทุนขนาดใหญ่รวม 17 โครงการ วงเงิน 1.6 ล้านล้านบาท โดยจะเร่งดำเนินการเสร็จในปี 2559
"อสังหาฯ"เร่งรัฐออกมาตรการฟื้นธุรกิจ
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่านโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการลงทุนระบบขนส่งมวลชน และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ รวมถึง รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วสูง จะทำให้มีเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ นอกจากจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตต่อเนื่อง 7-10% ไประยะ 10 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวมานาน ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงไปมาก จึงเห็นว่าในระยะสั้นรัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการต่างๆมากระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทุกรัฐบาลนำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากภาคอสังหาริมทรัพย์มีขนาดธุรกิจใหญ่ มูลค่าประมาณ 5 แสนล้านบาทต่อปี มีผลระบบเศรษฐกิจ 1.7-1.8 ล้านล้านบาท ของจีดีพีประเทศอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านล้านบาท รวมภาคอสังหาฯ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องรวมแล้วอยู่ที่ 13% ของ จีดีพี
โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นผู้บริโภคให้ได้รับประโยชน์ คือ การลดค่าโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดจำนอง 1% เหลือ 0.01% เพื่อปลุกกำลังซื้อผู้บริโภคอยู่ในภาวะย่ำแย่ รวมถึงกระตุ้นการโอน ซึ่งอาจจะมีปัญหาในเร็วๆ วันนี้ เพราะมีสินค้าขายได้แล้วรอโอนจำนวนมาก ทั่วประเทศ มูลค่ากว่า 1.9 แสนล้านบาท ที่จะต้องส่งมอบในครึ่งปีหลังโดยเฉพาะเป็นตลาดกลางล่างซึ่งมีปัญหาหนี้ครัวเรือน ที่ผ่านมาอัตรากู้เงินซื้อบ้านไม่ผ่านค่อนข้างสูง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.reic.or.th/News/News_Detail.aspx?newsid=50102
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ