Cr. ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ 26 พฤศจิกายน 2558
เอกชน เชื่อตลาดอสังหาฯแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงกลับมาคึกคักแน่ หลังเปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการคาดสต๊อกเก่าจะค่อยๆ ถูกดูดซับ ศุภาลัย คาดยอดขายหลังเปิดบริการเพิ่ม 30-40% ด้าน พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เตรียมผุด 4 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3 พันล้านบาท ปี 59 รับสายสีม่วงเปิดบริการ คอลลิเออร์ เปิดผลสำรวจตลาดล่าสุด ยังมีโครงการอยู่ระหว่างการขายอีกกว่า 4 พันหน่วย
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึง ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสินค้าคงเหลือจำนวนมาก ทำให้อัตราการขายในปีที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากกำลังซื้อได้ถูกดูดซับไปก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ราคาที่ดินก็ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายคอนโดมิเนียมใหม่สูงกว่าเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา แต่การเปิดให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงอย่างเป็นทางการ (บางใหญ่-บางซื่อ) ในช่วงกลางปี 2559 จะช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อในตลาดให้เพิ่มขึ้น 30-40% โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม
ปัจจุบันบริษัทมีโครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงประมาณ 7-8 โครงการ ราคาขายเฉลี่ย 5 หมื่นบาทต่อตร.ม. อาทิ โครงการซิตี้โฮม รัตนาธิเบศร์, โครงการศุภาลัยปาร์ค แยกติวานนท์, โครงการศุภาลัยปาร์ค แคราย-งามวงศ์วาน ฯลฯ ซึ่งหลายโครงการก็ปิดการขายแล้ว และในจำนวนนี้มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายทั้งหมด 4 โครงการ รวมจำนวนประมาณ 1,000 หน่วย อัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 50%
ด้าน นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธาน เจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นเส้นที่เปิดให้บริการช้ากว่ากำหนด 2 ปี ทำให้ในช่วงระหว่างนั้นมีผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั้งในส่วนของแนวราบและคอนโดมิเนียมในพื้นที่จำนวนมาก ส่งผลให้อัตราการดูดซับน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่เมื่อภาครัฐประกาศชัดเจนถึงกำหนดการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็เชื่อว่ายอดขายจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง ดูได้จากยอดขายของบริษัท อย่างโครงการ เมโทร สกาย ประชาชื่น ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 50-60% และโครงการ ไอคอนโด งามวงศ์วาน มียอดขายเพิ่มขึ้น 30-40% นับตั้งแต่มีข่าวการนำเข้าขบวนรถมาจากญี่ปุ่น
นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า บริเวณแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมเปิดขายอยู่ประมาณ 12,904 หน่วย โดยขายไปได้แล้วประมาณ 65% และยังเหลือคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายอีกประมาณ 4,516 หน่วย ซึ่งประมาณ 53% มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2560 ส่วนที่เหลือจะทยอยสร้างเสร็จในปี 2558 – 2559 และพื้นที่ตามแนวถนนกรุงเทพฯ – นนทบุรีเป็นทำเลที่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายอยู่มากที่สุดคือมีจำนวนมากกว่า 5,829 หน่วย อัตราการหน่วยเหลือขายอยู่ที่ประมาณ 45% รองลงมาคือตามแนวถนนรัตนาธิเบศร์อีกประมาณ 5,370 หน่วย อัตราการหน่วยเหลือขายอยู่ที่ประมาณ 42%
ราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้อยู่ที่ประมาณ 67,000 บาทต่อตร.ม. โดยคอนโดมิเนียมในพื้นที่นี้มีราคาขายแตกต่างกันค่อนข้างมากคือ เริ่มต้นที่ประมาณ 35,000 บาทต่อตร.ม.ขึ้นไปถึงมากกว่า 140,000 บาทต่อตร.ม. โดยโครงการที่ยังอยู่ในเขตกรุงเทพฯ จะมีราคาขายที่สูงกว่าโครงการที่อยู่ไกลออกไปในเขตจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากที่ดินมีราคาสูงกว่า โดยราคาขายเฉลี่ยของโครงการที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯอยู่ที่ประมาณ 78,500 บาทต่อตร.ม.และโครงการที่อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรีอยู่ที่ประมาณ 73,000 บาทต่อตร.ม.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thansettakij.com/2015/11/26/19363
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,108 วันที่ 26 – 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558