Cr. ฐานเศรษฐกิจ 18 เมษายน 2559
กูรูอสังหาฯ ชี้ตลาดคอนโดฯกลุ่มกลาง-ล่างยังไม่ฟื้น แม้รัฐมีนโยบายหนุนผ่านโครงการบ้านประชารัฐ เหตุหนี้สินภาคครัวเรือนพุ่ง แถมแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ขณะทาวน์เฮาส์ยังไปได้เหตุเป็นเรียลดีมานด์ ด้านกลุ่มนิรันดร์ เผยยอดรีเจ็กต์สูงกว่า 50% สะท้อนปัญหาคั่งค้าง ผู้ประกอบการรายกลาง-เล็ก ชะลอเปิดโครงการใหม่ด้าน แอล.พี.เอ็น.เชื่อตลาดคึกคักแน่
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ณ สิ้นปี 2558 มี แบ็กล็อก หรือยอดขายรอรับรู้รายได้ของคอนโดมิเนียมพร้อมส่งมอบอยู่ที่ประมาณ 1.9 แสนล้านบาท โดยระดับราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.6-2.7 ล้านบาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นจำนวนหน่วยที่ประมาณ 71,300 หน่วย ในจำนวนนี้เป็นสินค้าพร้อมโอนทั้งตลาดในช่วง 4 เดือนแรกปี 2559 (ม.ค.-เม.ย.59) อยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่า ณ ปัจจุบันยอดแบ็กล็อกดังกล่าวจะถูกโอนไปแล้วกว่า 80%
ทั้งนี้ ยอดโอนส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นอสังหาฯที่รัฐบาลประกาศใช้ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม 2558 ด้วยการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง เหลือ 0.01% และจะสิ้นสุดในวันที่ 28 เมษายน 2559 ประกอบกับภาครัฐยังได้ออกโครงการประชารัฐมาช่วยกระตุ้นตลาดเป็นระลอก 2 จึงมั่นใจได้ว่าสต๊อกสินค้าพร้อมโอนทั้งหมดจะสามารถระบายออกไปได้
แต่สำหรับยอดขายสินค้าใหม่ในกลุ่มกลาง-ล่างอาจไม่คึกคักเท่าที่ควร แม้ว่าโครงการประชารัฐจะมุ่งเน้นตลาดล่างในระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท แต่ด้วยขนาดตลาดบ้านระดับนี้มีสัดส่วนมูลค่าตลาดแค่เพียง 10% ของมูลค่าตลาดรวมในกทม.-ปริมณฑลที่อยู่ที่ประมาณ 5 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 15% ของจำนวนหน่วยรวมที่มีการซื้อขายในแต่ละปีประมาณ 1.8 แสนหน่วย
“ตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท ถือเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับขนาดตลาดรวม ดังนั้นจึงไม่มีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดได้มากนัก โดยคาดว่าตลาดคอนโดมิเนียมในปีนี้จะยังคงเป็นตลาดบนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากราคาที่ดินสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาคอนโดมิเนียมราคาเฉลี่ยต่ำกว่า 1.5 แสนบาทต่อตร.ม.ได้ ขณะที่โครงการแนวราบอย่างทาวน์เฮาส์ระดับราคา 2-3 ล้านบาทยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นตลาดเรียลดีเมานด์”นายประเสริฐ กล่าว