ทางออกของคนซื้อบ้านยุครีเจ็กต์เรตพุ่ง

transfer condo

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มองว่าช่วงนี้โอกาสเป็นของผู้ซื้อเพราะทุกค่ายอัดโปรโมชันเร่งโอนเร่งระบายสต๊อกชนิดจัดเต็มกว่าช่วงก่อนหน้าอาทิเช่นอยู่ฟรีนานกว่า 1 ปี ขณะเดียวกันอัตราดอกเบี้ยในตลาดตํ่าเนื่องจากอยู่ในช่วงขาลง   แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งผู้กำลังจะจองซื้อหรือรอโอนกรรมสิทธิ์บ้าน รวมทั้งที่อยู่อาศัยประเภทอื่นๆเผชิญกลับไม่สดใสเช่นนั้น เนื่องจากปัจจุบัน แบงก์พาณิชย์คัดกรองลูกค้าเข้มข้นมาก สะท้อนจากอัตราปฏิเสธคำขอเงินกู้ หรือ Reject rate  ในระบบสูงกว่า 30% หรือลูกค้าบางรายได้รับอนุมัติวงเงินตํ่ากว่าวงเงินที่ขอ(กู้)ไป สถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายรายเริ่มออกมาตรการรับมือปัญหากู้ไม่ผ่านของลูกค้า ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งของธุรกิจ เนื่องจากจำนวนลูกค้าที่ถูกปฏิเสธคำเงินกู้ที่เพิ่มกระทบแผนการโอนและการรับรู้รายได้ของบริษัท โดยมาตรการหลายชนิดถูกนำมาใช้อาทิเช่น การปรับเพิ่มสัดส่วนเงินดาวน์

นับจากปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน  Reject rate ไม่เคยเปลี่ยนประมาณว่าเฉลี่ยทั้งระบบอยู่ที่ 30% ขณะเดียวกัน ปัญหาแบงก์ปฏิเสธคำขอเงินกู้ หรือให้กู้ไม่เต็มจำนวน ไม่ได้จำกัดเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางลงมาเท่านั้น หากยังขยายไปยังกลุ่มลูกค้าระดับที่เริ่มมีเสียงบ่นให้ได้ยินหนาหูขึ้นว่า คนรวยถูกปฏิเสธคำขอเงินกู้เช่นกันโดยเฉพาะในรายที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 หรือ 3 สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นโจทย์ใหญ่ทั้งของผู้ประกอบการและคนซื้อบ้าน  ฝ่ายแรกหากลูกค้าถูกปฏิเสธเงินกู้มากเข้าๆย่อมกระทบแผนการโอนและการรับรู้รายได้ ขณะที่คนซื้อบ้านกลายเป็นว่าต้องถูกขนาบจากแรงกดดัน 2 ทางทางหนึ่งคือ แบงก์ที่คัดกรองเฉพาะลูกค้าที่มั่นใจว่ามีความสามารถในการผ่อนชำระ  อีกทางคือ แรงกดดันจากผู้ขายที่เริ่มงัดมาตรการ “คัดกรองลูกค้ามาใช้” ตั้งแต่เริ่มจองว่า หรือตรวจสุขภาพการเงินลูกค้าเมื่อผ่อนดาวน์ไปครึ่งทางเพื่อจำกัดจุดก่อน

อ่านต่อได้ที่ http://www.thansettakij.com/2015/08/11/6541
ที่มา ฐานเศรษฐกิจออนไลน์ 11 สิงหาคม 2558